June 10, 2020
10 เช็คลิสต์สำหรับการออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์
สมัยนี้ธุรกิจการค้าปลีกมีการแข่งขันสูงมากและแบรนด์แต่ละแห่งก็พยายามแย่งความสนใจจากลูกค้ากันสุด ๆ ผู้บริโภคอาจไม่มีเวลาพอที่จะสำรวจผลิตภัณฑ์ทั้งหมดบนชั้นวางของในระหว่างซื้อของ เพราะพวกเขาอาจมองหาแต่ผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจมาซื้อเท่านั้น ดังนั้นการทำบรรจุภัณฑ์ให้ดูสะดุดตาจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มลูกค้าสำหรับแบรนด์ของคุณ บรรจุภัณฑ์ที่ว่านี้ไม่ใช่เพียงแค่รูปแบบและกล่องใส่ผลิตภัณฑ์สำหรับวางตั้งโชว์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกล่องกระดาษใส่ผลิตภัณฑ์สำหรับขายส่งและกล่องพัสดุสำหรับการส่งผลิตภัณฑ์ถึงหน้าบ้านลูกค้าด้วย
ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนง่าย ๆ 10 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้อย่างมีเอกลักษณ์และมีประสิทธิภาพ
1. ลองสำรวจรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดูแตกต่าง
คุณควรพิจารณาพื้นที่ของชั้นวางของและความสามารถในการทนต่อความเสียหายขณะขนส่ง เมื่อได้รูปแบบที่ต้องการแล้ว คุณควรขอดูสินค้าตัวอย่างจากโรงพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ก่อนที่จะตัดสินใจสั่งทำจริง
2. อย่าลืมใส่ใจรายละเอียด
ฉลากผลิตภัณฑ์และสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้านั้นสำคัญมาก แต่อย่าลืมใส่ข้อมูลด้านกฎระเบียบ หรือกฎหมายในการใช้ ข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหาร วันหมดอายุ และบาร์โค้ดเข้าไปด้วย เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นตามมาตรฐานการผลิตและยังถือเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ จึงต้องออกแบบให้ดูดีด้วย
3. สร้างบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดแสดงสินค้า
การจัดแสดงสินค้าจะช่วยดึงดูดความสนใจจากลูกค้า ดังนั้นการใช้สื่อโฆษณา ณ จุดขาย หรือ POP Display จึงเป็นการเรียกลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ
4. ปรับการจัดแสดงสินค้าตามพื้นที่ขาย
ร้านค้าแต่ละแห่งมีรูปแบบการวางขายและฐานลูกค้าที่ต่างกัน หากคุณต้องการวางขายสินค้าในร้านต่างประเภทกัน เช่น ร้านค้าสะดวกซื้อ และร้านขายอุปกรณ์เฉพาะทาง คุณควรพิจารณาการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการจัดวางสินค้าให้ตรงกับรูปแบบและประเภทลูกค้าของร้าน
5. พัฒนากลยุทธ์ของแบรนด์
เหตุผลสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์ของแบรนด์คือ การกำหนดว่าเทคนิคแบบไหนได้ผลและไม่ได้ผล เพื่อที่คุณจะได้นำไปปรับปรุงและพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ
6. กะขนาดให้เหมาะสมกับสินค้า
เลือกขนาดบรรจุภัณฑ์ที่พอดีกับสินค้าของคุณ โดยไม่ใหญ่เกินไปจนเหลือช่องว่างเยอะ หรือเล็กเกินไปจนดูแน่น
7. มอบประสบการณ์การแกะกล่องที่ยอดเยี่ยม
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการแกะกล่องคือ ผู้แกะกล่องต้องสามารถเห็นสินค้าได้ง่าย และต้องมีขั้นตอนในการหยิบสินค้าออกมาจากกล่องที่ทำให้ผู้แกะรู้สึกมีส่วนร่วม
8. เลือกรูปแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะที่สุด
กล่องบรรจุภัณฑ์มีหลายประเภทให้เลือก เช่น กล่องเหน็บปลาย กล่องลูกฟูก 3 ชั้น กล่องลูกฟูก 5 ชั้น กล่องฝาประกบ กล่องแขวน กล่องแบบดึง กล่องแบบมีหูหิ้ว ถาด กล่องกระดาษแข็ง กล่องปลายเปิด กล่องจ่ายสินค้า กล่องสำหรับแสดงสินค้า กล่องกระดาษแบบฝาจั่ว และกล่องกระดาษแบบถุง
9. จ้างมืออาชีพ
ถึงแม้ว่าคุณจะมีไอเดียและตั้งใจที่จะออกแบบและผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ด้วยตัวเอง คุณควรจ้างนักออกแบบกราฟฟิคมืออาชีพเข้ามาช่วยดูงานก่อนที่จะไปติดต่อโรงพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ เพราะพวกเขาจะสามารถพิจารณาการออกแบบ โหมดสี และเทคนิคการพิมพ์บนกล่องกระดาษลูกฟูกที่เหมาะสม รวมถึง
วัสดุใช้ทำสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าที่มีประสิทธิภาพด้วย
10. ซื้อกล่องที่มีขนาดต่างกันสามขนาด
ด้วยขนาดกล่องที่ต่างกัน คุณสามารถตัดสินใจเลือกขนาดที่เหมาะกับการจัดแสดงสินค้าในแบบต่าง ๆ ได้
แหล่งที่มา
https://www.pack.ly/create/en/dieline-boxes/all
https://packwire.com/blog/quick-guide-to-package-design
https://buyboxes.com/blog/custom-counter-displays-new-product-style
B04-prasitprinting_com-Nunt
